เว็บอยู่ในช่วงทดลองใช้ (Beta)ทุกบัญชีได้ 1,000 เครดิต ใช้เครื่องมือ AI ฟรีเจอปัญหาบอกเราได้ แจ้งปัญหา
AgentsAmigo

คำนวณค่าโอนบ้านและคอนโด และเช็คว่ากู้ผ่านไหม

จะซื้อ จะขาย หรือเป็นนายหน้าที่ทำให้ลูกค้า ก็ใช้หน้านี้ได้เหมือนกัน กรอกราคาและวันที่ ระบบแยกให้ทีละรายการพร้อมวิธีคิดทีละขั้น ว่าใครควรจ่ายส่วนไหน และต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงจะกู้ผ่าน ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องล็อกอิน คัดลอกเป็นข้อความส่งต่อทาง LINE หรือบันทึกเป็น PDF ได้

ตัวเลขที่เห็นเป็นตัวอย่างตั้งต้น แก้ได้ทุกช่อง

ประมาณการค่าใช้จ่ายวันโอน

บาท
บาท

ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาขาย ใช้เป็นฐานของค่าธรรมเนียมโอนและภาษีหัก ณ ที่จ่าย ขอได้ที่สำนักงานที่ดิน

ประเภททรัพย์

ที่ดินเปล่าไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการลดค่าธรรมเนียม

ต้องกรอกเป็นวันที่จริง ไม่ใช่จำนวนปี เพราะกฎหมายนับปีถือครองแบบปีปฏิทินคาบเกี่ยว และภาษีธุรกิจเฉพาะนับแบบวันชนวัน

ผู้ขายเป็นใคร

ถ้าครบ จะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ เปลี่ยนไปเสียอากรแสตมป์แทน

หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ

เงื่อนไขหนึ่งของมาตรการลดค่าธรรมเนียม

บาท

ใส่ 0 ถ้าซื้อด้วยเงินสด ยอดนี้ใช้ต่อในส่วนเช็คว่ากู้ผ่านไหมด้านล่างด้วย

รวมประมาณการค่าใช้จ่ายวันโอน

117,480 บาท

ฝั่งผู้ซื้อ 315 บาทฝั่งผู้ขาย 117,165 บาท
เข้าเงื่อนไขมาตรการลดค่าธรรมเนียมถือครอง 3 ปี (นับตามปีปฏิทิน)

แยกรายการ

  • ค่าธรรมเนียมการโอน

    200 บาท

    0.01% ของราคาประเมิน 2,000,000 บาท

    ผู้ซื้อ 100 / ผู้ขาย 100
    ดูวิธีคิดทีละขั้น
    1. เข้าเงื่อนไขมาตรการลดครบทุกข้อ
      ราคาขายและราคาประเมินไม่เกิน 7,000,000 บาท เป็นอาคารหรือห้องชุด ผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และโอนภายในช่วง 1 ก.ค. 2569 ถึง 30 มิ.ย. 2570
    2. คำนวณ
      2,000,000 x 0.01% = 200 บาท
  • ค่าจดทะเบียนจำนอง

    200 บาท

    0.01% ของวงเงินจำนอง 2,000,000 บาท

    ผู้ซื้อ 200 / ผู้ขาย 0
    ดูวิธีคิดทีละขั้น
    1. คำนวณ
      2,000,000 x 0.01% = 200 บาท
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ

    94,050 บาท

    3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่สูงกว่า (2,850,000 บาท)

    ผู้ซื้อ 0 / ผู้ขาย 94,050
    ดูวิธีคิดทีละขั้น
    1. ทำไมต้องเสีย
      ถือครองยังไม่ครบ 5 ปี (จะครบ 1 ม.ค. 2572) และไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี
    2. ฐานภาษี
      เทียบราคาขาย 2,850,000 กับราคาประเมิน 2,000,000 เลือกที่สูงกว่า = 2,850,000 บาท
    3. คำนวณ
      2,850,000 x 3.3% = 94,050 บาท
  • อากรแสตมป์

    ไม่ต้องเสีย

    เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จึงไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ (เก็บอย่างใดอย่างหนึ่ง)

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (บุคคลธรรมดา)

    23,000 บาท

    คำนวณขั้นบันไดจากราคาประเมิน 2,000,000 บาท ถือครอง 3 ปี หักค่าใช้จ่ายเหมา 77%

    ผู้ซื้อ 0 / ผู้ขาย 23,000
    ดูวิธีคิดทีละขั้น
    1. 1. ฐานภาษี = ราคาประเมินทุนทรัพย์
      2,000,000 บาท (ไม่ใช่ราคาขาย)
    2. 2. จำนวนปีถือครอง (นับตามปีปฏิทิน เศษปีนับเป็น 1 ปี)
      3 ปี
    3. 3. หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 77%
      ตามตาราง พรฎ. 165 ที่ 3 ปี · เหลือเงินได้สุทธิ 460,000 บาท
    4. 4. หารด้วยจำนวนปีถือครอง
      460,000 / 3 = 153,333.33 บาทต่อปี
    5. 5.1 ภาษีขั้นบันได 0 ถึง 300,000 อัตรา 5%
      153,333.33 x 5% = 7,666.67 บาท
    6. 6. ภาษีต่อปี
      7,666.67 บาท
    7. 7. คูณกลับด้วยจำนวนปี
      7,666.67 x 3 = 23,000 บาท
    8. 8. เทียบเพดาน 20% ของราคาประเมิน
      เพดาน 400,000 บาท ยังไม่ถูกแตะ
  • ค่าจิปาถะที่สำนักงานที่ดิน

    30 บาท

    ค่าคำขอ 5 + ค่าอากรแสตมป์ (ปิดใบมอบอำนาจ/คำขอ) 5 + ค่าพยาน 20

    ผู้ซื้อ 15 / ผู้ขาย 15
    ดูวิธีคิดทีละขั้น
    1. ค่าคำขอ
      5 บาท
    2. ค่าอากรแสตมป์ (ปิดใบมอบอำนาจ/คำขอ)
      5 บาท
    3. ค่าพยาน
      20 บาท (พยาน 2 คน คนละ 10 บาท)

การแบ่งว่าใครจ่ายส่วนไหนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่มีกฎหมายบังคับ ต่อรองกันได้ และแก้ในตารางนี้ได้ทุกบรรทัด

ผลของการเลื่อนวันโอน

  • ถ้าเลื่อนโอนข้ามไปปีถัดไป (1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป) จำนวนปีถือครองจะกลายเป็น 4 ปี ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะเพิ่มขึ้น 6,000 บาท
  • ถ้าเลื่อนโอนไปหลัง 1 ม.ค. 2572 (ครบ 5 ปีแบบวันชนวัน) จะเปลี่ยนจากภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นอากรแสตมป์ ประหยัดได้ประมาณ 79,800 บาท

ข้อควรรู้ก่อนเอาตัวเลขนี้ไปใช้

  • จำนวนปีถือครองของภาษีหัก ณ ที่จ่ายนับแบบปีปฏิทินคาบเกี่ยว ไม่ใช่ครบรอบ 365 วัน ถ้าโอนต่างกันวันเดียวแล้วคร่อมปีใหม่ ภาษีจะเปลี่ยนทันที

อ้างอิงและข้อจำกัด

ตัวเลขทั้งหมดเป็นประมาณการเบื้องต้น ยอดจริงยึดตามที่สำนักงานที่ดินคำนวณในวันโอน

อัตราที่ใช้คำนวณอ้างอิง ณ วันที่ 30 ส.ค. 2569 (ชุดอัตราเวอร์ชัน 2026-08-30)

แหล่งอัตราที่ใช้จริงในการคำนวณ

  • ค่าธรรมเนียมการโอน ประกาศกระทรวงมหาดไทย (ลงนาม 30 มิ.ย. 2569) · เผยแพร่โดยสำนักงานที่ดิน (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569)
  • ค่าจดทะเบียนจำนอง ประกาศกระทรวงมหาดไทย (ลงนาม 30 มิ.ย. 2569) · เผยแพร่โดยสำนักงานที่ดิน (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569)
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรมสรรพากร · ภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569)
  • อากรแสตมป์ กรมสรรพากร · เสียแทนภาษีธุรกิจเฉพาะเมื่อได้รับยกเว้น SBT (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (บุคคลธรรมดา) กรมสรรพากร · วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการขายอสังหาริมทรัพย์ (บุคคลธรรมดา) (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569)
  • ค่าจิปาถะที่สำนักงานที่ดิน กรมที่ดิน · ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดหน้าเคาน์เตอร์ (ค่าคำขอ/อากร/พยาน) (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569 จากแหล่งรอง)

ตรวจซ้ำกับเครื่องมือของหน่วยงานทางการ

ดูข้อความที่จะคัดลอก
ประมาณการค่าใช้จ่ายวันโอน
ราคาขาย 2,850,000 บาท · ราคาประเมิน 2,000,000 บาท
วันโอน 8 ก.ย. 2569 · ถือครอง 3 ปี (นับตามปีปฏิทิน)

- ค่าธรรมเนียมการโอน 200 บาท (คนละครึ่ง)
- ค่าจดทะเบียนจำนอง 200 บาท (ผู้ซื้อจ่าย)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ 94,050 บาท (ผู้ขายจ่าย)
- อากรแสตมป์ ไม่ต้องเสีย (เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จึงไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ (เก็บอย่างใดอย่างหนึ่ง))
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (บุคคลธรรมดา) 23,000 บาท (ผู้ขายจ่าย)
- ค่าจิปาถะที่สำนักงานที่ดิน 30 บาท (คนละครึ่ง)

รวมประมาณการทั้งสิ้น 117,480 บาท
ฝั่งผู้ซื้อ 315 บาท · ฝั่งผู้ขาย 117,165 บาท
(การแบ่งฝั่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย ต่อรองกันได้)

อัตราอ้างอิง ณ 30 ส.ค. 2569
ตัวเลขทั้งหมดเป็นประมาณการเบื้องต้น ยอดจริงยึดตามที่สำนักงานที่ดินคำนวณในวันโอน
ตรวจซ้ำกับของทางการได้ที่:
- กรมสรรพากร: https://rdsrv2.rd.go.th/landwht/landwht01.asp
- กรมที่ดิน: https://www.dol.go.th/dol-services/public-service-manual/land-registration/fees-taxes-duties/
ประมาณการจาก AgentsAmigo

เช็คว่ากู้ผ่านไหม

ใช้ราคาซื้อขายและวงเงินจำนองจากด้านบนต่อได้เลย ค่างวดคำนวณด้วยวิธีลดต้นลดดอกคิดดอกเบี้ยรายวันแบบไทย ไม่ใช่สูตรผ่อนสากล

%
ปี

กรอกอัตราที่ธนาคารเสนอจริง ระบบไม่ตั้งอัตราอ้างอิงให้ เพราะ MRR ของแต่ละธนาคารไม่เท่ากันและเปลี่ยนทุกไตรมาส

ผู้กู้เป็นแบบไหน

ธนาคารคิดรายได้ของสองกลุ่มนี้คนละวิธี

บาท
บาท

คอมมิชชัน ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ธนาคารมักนับได้ครึ่งเดียว

บาท

หักเฉพาะหนี้ส่วนบุคคล เช่น ผ่อนรถ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และบ้านหลังเดิม ส่วนหนี้ของนิติบุคคลหรือสินเชื่อ SME ธนาคารไม่นำมาหัก เพราะคิดรวมอยู่ในกำไรของกิจการแล้ว

บาท

ธนาคารนับเป็นภาระหนี้ 10% ของวงเงินบัตร ไม่ใช่ยอดที่ใช้จริง ใส่ 0 ถ้าไม่มีบัตร

ระบบจะคิดความสามารถผ่อนแยกคน หักหนี้ของใครของมัน แล้วค่อยรวม

ปรับสมมติฐาน (สัดส่วนภาระหนี้ อายุ จำนวนสัญญา เพดาน LTV)
%

ธนาคารจริงใช้ราว 40% เป็นค่ากลาง กรุงศรีใช้ 40% ttb ระบุ 40 ถึง 50% ธอส. ระบุ 40 ถึง 70% ตามระดับรายได้ ปรับได้ในช่วง 30 ถึง 70% ตัวเลขนี้มีผลต่อวงเงินมากที่สุดในสูตร เปลี่ยนจาก 30% เป็น 40% วงเงินเพิ่มขึ้น 71% ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้กำหนดเพดานเป็นตัวเลขเดียว จึงห้ามเขียนว่าเป็นเกณฑ์บังคับ

บาท

ttb และ ธอส. ประกาศสูตรนี้บนเว็บตัวเอง คำนวณย้อนกลับได้ว่าเท่ากับดอกเบี้ยราว 7.5% ผ่อน 30 ปี สูงกว่าดอกเบี้ยจริงในตลาดตอนนี้ (ราว 5 ถึง 6%) จึงให้วงเงินต่ำกว่าที่ธนาคารให้จริงราว 14 ถึง 23% เก็บไว้เป็นค่าตั้งต้นเพราะประเมินต่ำปลอดภัยกว่าประเมินสูงแล้วลูกค้ากู้ไม่ผ่าน (กรุงศรีและ AP ใช้ 6,667 บาทต่อล้านแทน)

ปี
ปี
เป็นสินเชื่อบ้านสัญญาที่เท่าไหร่ของผู้กู้
%

เว้นว่างไว้เพื่อให้ระบบเลือกตามเกณฑ์ที่มีผลในวันโอน

ประมาณการค่างวดต่อเดือน

12,647 บาท

  • งวดแรกเป็นดอกเบี้ย 10,684.93 บาท และเงินต้น 1,962.07 บาท
  • ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาประมาณ 2,552,325.34 บาท
  • จ่ายรวมทั้งหมดประมาณ 4,552,325.34 บาท ใน 360 งวด
  • วิธีคิด: ลดต้นลดดอก คิดดอกเบี้ยรายวัน (เงินต้นคงเหลือ x 6.5% x จำนวนวันจริงในงวด / 365) ถ้าใช้สูตรผ่อนสากลจะได้ 12,642 บาท ซึ่งไม่ตรงกับที่ธนาคารไทยเรียกเก็บ

ประเมินวงเงินจากรายได้

รายได้ที่นับได้
50,000 บาท/เดือน
ผ่อนไหวประมาณ
20,000 บาท/เดือน
วงเงินที่ประเมินว่ากู้ได้
3,162,939 บาท
เทียบวิธีคร่าวๆ ของธนาคาร
2,857,142 บาท
ภาระหนี้ต่อรายได้
25.29%
เพดาน LTV ที่ใช้
100% (กู้ได้ไม่เกิน 2,850,000 บาท)

อยู่ในช่วงมาตรการผ่อนคลาย LTV ของ ธปท. (1 ก.ค. 2569 ถึง 30 มิ.ย. 2570) กู้ได้เต็ม 100% ของราคาทรัพย์

เงินดาวน์ที่ต้องเตรียมจากตัวเลขนี้ 850,000 บาท (ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายวันโอนด้านบน)

ข่าว ธปท. 19/2569 (14 พ.ค. 2569) · ผ่อนคลาย LTV 100% (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569)

สูตรลัดที่ใช้กันหน้างาน

โหมดพนักงานประจำ ปรับค่าคงที่ของสูตรได้ในกล่องปรับสมมติฐาน

แบบธรรมเนียมตลาด (ล้านละ 7,000 บาท)

2,857,142 บาท

คำนวณจริงที่ดอกเบี้ย 6.5% ผ่อน 30 ปี

3,162,939 บาท

สูตรลัดอิงดอกเบี้ยราว 7.5% สูงกว่าตลาดตอนนี้ จึงให้วงเงินต่ำกว่าที่ธนาคารให้จริง ตัวเลขทางขวาที่คำนวณจากดอกเบี้ยที่คุณกรอกจะใกล้ความจริงกว่า

ความสามารถผ่อนที่ใช้คำนวณ 20,000 บาทต่อเดือน

ดูวิธีคิดทีละขั้น
  1. รายได้ที่นับได้
    50,000 บาท
  2. คิดสัดส่วนรายได้ที่นำมาผ่อนได้ 40%
    50,000 x 40% = 20,000 บาทต่อเดือน
  3. หักภาระหนี้ส่วนบุคคลของตัวเอง
    20,000 ลบ 0 = 20,000 บาทต่อเดือน
  4. แปลงเป็นวงเงินด้วยอัตราผ่อน 7,000 บาทต่อวงเงิน 1 ล้าน
    20,000 หารด้วย 7,000 คูณ 1,000,000 = 2,857,142 บาท

ทรัพย์ใบนี้ ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงกู้ผ่าน

คิดย้อนจากวงเงินกู้ 2,000,000 บาท กลับไปหารายได้ขั้นต่ำ

  • ตามสูตรลัด ต้องมีรายได้ประมาณ 35,000 บาทต่อเดือน (ค่างวดตามสูตรลัด 14,000 บาท)
  • ถ้าคิดจากค่างวดจริงที่ดอกเบี้ย 6.5% ผ่อน 30 ปี ต้องมีรายได้ประมาณ 31,617.50 บาทต่อเดือน

ประเมินเบื้องต้นด้วยสูตรลัดของตลาด ไม่ใช่ผลอนุมัติจากธนาคาร

สูตรลัดนี้ไม่ได้ครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้

  • อายุผู้กู้บวกระยะเวลาผ่อน ธนาคารกำหนดไม่ให้เกิน 65 ถึง 70 ปี (SCB ระบุ 65) อายุมากเท่ากับผ่อนสั้นลง ค่างวดสูงขึ้น วงเงินลดลง
  • ประวัติเครดิตบูโร ค้างชำระย้อนหลังทำให้ถูกลดวงเงินหรือปฏิเสธ แม้รายได้ผ่านเกณฑ์
  • อาชีพและอายุงาน พนักงานประจำมักต้องพ้นทดลองงาน ส่วนเจ้าของกิจการต้องดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • เพดาน LTV ปัจจุบันผ่อนคลายเป็น 100% แต่เป็นมาตรการชั่วคราวถึง 30 มิถุนายน 2570 หลังจากนั้นกลับไปต้องวางดาวน์
  • ราคาประเมินของธนาคารเอง อาจต่ำกว่าราคาซื้อขาย ส่วนต่างผู้ซื้อต้องหาเงินสดมาเติม
  • คุณสมบัติของผู้กู้ร่วม ต้องผ่านเกณฑ์ด้วย และมักต้องเป็นเครือญาติ
  • เบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) ที่มักถูกรวมเข้าวงเงินกู้ ทำให้ยอดผ่อนจริงสูงกว่าที่คำนวณไว้ (ไม่มีกฎหมายบังคับให้ทำ)
  • ค่าใช้จ่ายวันโอน ค่าธรรมเนียมโอน จดจำนอง และภาษี ไม่รวมอยู่ในตัวเลขนี้ (ดูส่วนประมาณการค่าใช้จ่ายวันโอนด้านบน)
  • ดอกเบี้ยลอยตัว ปีแรกมักเป็นอัตราโปรโมชัน หลังจากนั้นลอยตัวตาม MRR ค่างวดจริงจะเปลี่ยน

ttb วิธีคำนวณดอกเบี้ยและค่าผ่อนบ้าน (สูตรเดียวกับ ธอส.) (ตรวจเมื่อ 30 ส.ค. 2569)

ธงเตือนความเสี่ยงกู้ไม่ผ่าน

  • ผ่านการประเมินเบื้องต้น

    ยังไม่พบสัญญาณเสี่ยงจากตัวเลขที่กรอก แต่ธนาคารยังตรวจเครดิตบูโร ความมั่นคงของรายได้ และราคาประเมินของธนาคารเองอีกชั้น

ผลนี้เป็นการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่ผลอนุมัติจากธนาคาร เกณฑ์จริงขึ้นกับนโยบายของแต่ละธนาคาร

  • ค่าตั้งต้นเป็นตัวเลขกลางๆ ไม่ใช่อัตราจริงของธนาคารใด · MRR เปลี่ยนทุกไตรมาสและแต่ละธนาคารไม่เท่ากัน ต้องกรอกอัตราที่ธนาคารเสนอจริง
  • ธปท. ไม่ได้กำหนดเพดาน DSR เป็นตัวเลขเดียว · 40% เป็นค่ากลางที่ใช้ประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ธนาคารแต่ละแห่งใช้เกณฑ์ต่างกัน (ราว 30-70% ตามระดับรายได้)
  • ธอส. ระบุว่ารายได้ประจำนับ 100% ส่วนรายได้ไม่แน่นอนนับ 50% (ธอส. ประเมินความสามารถในการกู้บ้าน)
  • หักเฉพาะหนี้ส่วนบุคคล เช่น ผ่อนรถ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และบ้านหลังเดิม ส่วนหนี้ของนิติบุคคลหรือสินเชื่อ SME ธนาคารไม่นำมาหัก เพราะคิดรวมอยู่ในกำไรของกิจการแล้ว
  • สูตรลัดของตลาดที่ผ่อนล้านละ 7000 บาท ให้วงเงินต่ำกว่าที่ธนาคารให้จริงราว 14 ถึง 23% เพราะอิงดอกเบี้ยราว 7.5% สูงกว่าตลาดตอนนี้ ตัวเลขที่คำนวณจากดอกเบี้ยที่คุณกรอกจึงเป็นตัวที่ใกล้ความจริงกว่า

ที่มาของข้อมูล

  1. อัตราค่าธรรมเนียมและภาษี จากประกาศของกรมที่ดินและกรมสรรพากร เก็บเป็นตารางที่มีวันเริ่มและวันสิ้นสุดรายรายการ
  2. ราคาประเมินทุนทรัพย์ กรมธนารักษ์ รอบบัญชี 2566-2569 (ข้อมูลเปิดภาครัฐ) ใช้เติมให้อัตโนมัติเมื่อเลือกทรัพย์จากพอร์ต
  3. เกณฑ์ LTV จากข่าวธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนอัตราดอกเบี้ยและสัดส่วนภาระผ่อน ผู้ใช้กรอกเอง

อยากรู้ราคาตลาดของทรัพย์ก่อนตั้งราคาขาย ใช้ เครื่องประเมินราคาบ้านและคอนโด ของ AgentsAmigo ได้ฟรีเช่นกัน